Two Million Thanks: จากเดโม่ทำมือ สู่การเดินทางบนเส้นทางดนตรีที่เริ่ม “มีตัว S”

หลังจากที่เราปลุกปั้นเพลง Demo กันจนเสร็จ ภารกิจต่อมาคือการออกไปเผชิญโลกความจริง! และโอกาสแรกก็มาถึงเมื่อพี่ๆ ในวงการเชื้อเชิญให้เราไปเล่นในงาน Thai Post-Rock

ครั้งนั้นถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงเลย เพราะมันคือการโชว์ในที่สาธารณะจริงๆ ครั้งแรกของพวกเรา ท่ามกลางยอดฝีมือในวงการและเพื่อนฝูงที่แห่มาเชียร์กัน จำได้แม่นเลยว่าตอนนั้นเราเล่นกันด้วย Tempo ที่ “แกว่ง” สุดๆ เพราะความตื่นเต้นและตื่นผู้คน! แต่หลังจากจบโชว์นั้น ชื่อของพวกเราก็เริ่มถูกพูดถึงและเป็นที่รู้จักมากขึ้นในวงกว้าง

ดราม่าตัว “S” และการเริ่มต้นใหม่ (อีกครั้ง)

พวกเรากลับมาโฟกัสการทำคอนเทนต์ในเพจวงจนมีผู้ติดตามราว 7,000 คน ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับพวกเราในตอนนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งมีคอมเมนต์หนึ่งทักขึ้นมาว่า… “ถ้าจะให้ถูกหลักไวยากรณ์ คำว่า Thank ควรจะมีตัว s นะ”

ด้วยความ “ซื่อบื้อ” ของพวกเราคือพยายามจะเปลี่ยนชื่อเพจในทันที แต่ด้วยเงื่อนไขของแพลตฟอร์มในตอนนั้นทำให้เปลี่ยนไม่ได้ เราเลยตัดสินใจ เปิดเพจใหม่ในชื่อ Two Million Thanks (แบบมีตัว S) แล้วเริ่มนับหนึ่งปั้นผู้ติดตามใหม่ทั้งหมดตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา กลายเป็นเพจหลักที่ใช้สื่อสารเรื่องราวของวงในปัจจุบัน

โชคชะตาพาไปพบพี่โค หัวเรือใหญ่แห่ง SO::ON Dry Flower

เรายังคงเดินสายเล่นตามงานไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปเตะตาพี่ๆ วง Desktop Error และ Plot พี่ๆ เลยพาพวกเราไปคุยกับ พี่โคอิชิ ชิมิสึ (Koichi Shimizu) ศิลปิน นักออกแบบเสียง ชาวญี่ปุ่น และเจ้าของค่าย SO::ON Dry Flower ค่ายเพลงที่เท่และมีเสน่ห์แตกต่างจากที่มีอยู่ในตลาดในช่วงเวลานั้น

หลังจากส่งเพลงให้พี่โคฟังได้ไม่นาน เราก็ได้เข้าไปพบพี่เขาที่สตูดิโอ ปรากฏว่าพี่โคชอบเพลงลำดับที่ 4 ของวง จึงอัดใหม่ และนำไปรวมอยู่ในอัลบั้ม Ghosted Note II  ร่วมกับศิลปินท่านอื่นๆ ในค่าย และนั่นคือจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการที่เราได้ร่วมงานกับค่ายนี้

เงื่อนไขเดียวที่พี่โคให้ไว้ในการทำ EP ของเราคือ เพลงต้องมีเนื้อร้อง ซึ่งก่อนหน้านี้เราตั้งใจจะทำเพลงบรรเลงอย่างเดียว คราวนี้เลยลองทำแล้วส่งไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเราก็ได้เพลงที่ลงตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการอัดเสียงต่อไป

“1.9 มิติ” กับมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่กว่าดนตรี

การอัดเพลงระบบสตูดิโอครั้งแรกของเราคือที่ Pink Studio ย่านลาดพร้าว เป็นสถานที่บันทึกเสียงเพลงแรกที่ชื่อว่า ดู, 1.9 มิติ , TT (อ่านว่า ดับเบิ้ลที ที่แปลว่าเสียใจแบบภาษาแชท) ซึ่งบอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่ “หิน” มากสำหรับแก๊งเด็กบื้อที่ไม่ได้เรียนดนตรีมาโดยตรง แต่ดันต้องมาเล่นเพลงที่ยากขนาดนี้ (ก็คิดกันเองอะ)

แต่ในความยากนี้ เรากลับได้เห็นความงดงามของมิตรภาพ เรามี “ผู้พระคุณ” มากมายในโปรเจกต์นี้อย่างเจ้า กล้วย วงจริญตนาไกให้ยืมเบสราคาแพง แถมมาช่วยต้าดูการอัดและแนะนำเทคนิคการเล่นให้ในพาร์ทของเบส โดยไม่ได้ตังค์สักกะบาท และพาร์ทกลอง ก็เป็นพี่วงศกร จาก วง Plot มาดูแลเรื่องการอัดกลอง จัดการทั้งเรื่องอุปกรณ์กลอง ไปจนถึงแนะนำเทคนิคการตีเพื่อให้งานอัดเสียงได้คุณภาพดีที่สุด ขอบคุณพี่จริงๆ นะ และเพื่อนๆ ที่มาช่วยเซ็ตอัปของ แบกของหนักๆ ให้ เพื่อให้พวกเราได้โฟกัสกับการเล่นอย่างเต็มที่

หลังจากอัดเสร็จในวันเดียว พี่โคก็รับไม้ต่อในการ Mix และ Mastering จนเพลงออกมาสมบูรณ์แบบ

อาร์ตเวิร์ค และ MV ที่สร้างกระแส

ในส่วนของปกอัลบั้ม เราได้ พี่บิ๊ก จตุรวิทย์ คำเหล็ก รุ่นพี่วิจิตรศิลป์ ลาดกระบัง ผู้ที่เข้าใจคาแรกเตอร์ของวงเราที่สุดมาช่วยออกแบบให้ หลากหลายเวอร์ชั่น จนตกลงกันเลือกมาหนึ่ง จากนั้นเราก็เอามาลงสีและปรับแก้กันเองจนออกมาเป็นปกที่ทุกคนเห็น

ส่วนงาน MV เพลงแรกที่เราเลือกคือเพลง “ดู” กำกับโดย อะตอม-ติณห์นวัช จันทร์คล้อย เพื่อนร่วมรุ่นสุดครีเอทีฟ ซึ่งหลังจากปล่อยออกไปก็เกิดกระแส และนำวงเพื่อนเปลี่ยนมูดแอนด์โทนค่ายจากดำหม่นๆ หลายเป็นงานสนุกๆ ขึ้นมาเลยทีเดียว

ต่อมาคือเพลง “1.9 มิติ” ที่ได้ พี่พงศ์ ฐิติพงศ์ เกิดทองทวี ผู้กำกับจาก Hello Filmmaker (ที่ต่อมาได้กำกับหนังยาวเรื่อง OMG! รักจังวะ..ผิดจังหวะ) มาทำ MV ให้ รวมถึงเพื่อนๆ ที่มาช่วยแสดงและทำเบื้องหลังให้ด้วยความจริงใจ เป็นสิ่งที่ผมไม่มีวันลืม

ชีวิตบนรถแท็กซี่และความสุขของคนทำเพลง

พอปล่อยเพลงออกไปเรื่อยๆ กระแสก็เริ่มดีขึ้น งานโชว์เริ่มเยอะขึ้น ทั้งงานที่ค่ายจัดและงานนอกตามมหาวิทยาลัยหรืออีเวนต์ต่างๆ ช่วงนั้นเราเล่นกันหนักมาก อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วันก็มีให้เห็น

ภาพจำของพวกเราคือ การนั่งรถแท็กซี่จากหอพักลาดกระบัง ขนเครื่องดนตรีพะรุงพะรังไปเล่นตามที่ต่างๆ บางงานก็ได้เงินบ้าง ไม่ได้บ้าง หรือได้มาพอแค่จ่ายค่าแท็กซี่และค่าขนมนิดๆ หน่อยๆ แต่พวกเรามีความสุขมากครับที่ได้สร้างสรรค์งานออกไปในซีนดนตรีนี้ ได้ประสบการณ์ ได้รู้จักคน 

เมื่อชื่อของ Two Million Thanks เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น โอกาสครั้งใหญ่ก็มาถึง… นั่นคือการได้ไปเล่นที่ต่างประเทศ

เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป การเดินทางไกลครั้งแรกของพวกเราจะสนุกแค่ไหน… ตอนหน้าห้ามพลาดครับ


ขุนพล แก้วเกตุ
มือกลอง 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *